2008/Apr/03

       ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่อยู่ตามถนนและเกวียนจากหลากหลายแห่งนั้นมีมากกว่าทุกๆวัน ในรอบปีๆหนึ่งนั้น วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญมากที่สุด จะเป็นวันอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากวันรับสมัครนักเรียนใหม่ของเอดินเบิร์ก

       "นี่ๆป้า ไอ้พวกเกวียนพวกนี้มันมาทำไมกันเยอะแยะนักล่ะป้า" เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลถามกับหญิงสาววัยกลางคนเจ้าของร้านไอติม

       "อ้าว ไอ้หนูไปตกข่าวถึงไหนมาล่ะฮึ ไม่รู้รึไงว่าวันนี้เป็นวันรับสมัครนักเรียนใหม่ของเอดินเบิร์กน่ะ ปีหนึ่งๆมีแค่วันน้วันเดียวเท่านั้น มันก็ต้องมากันเยอะแยะอย่างนี้แหละ" ป้าเจ้าของร้านตอบกลับมาเสียยืดยาว

       "อย่างนี้นี่เอง แต่ป้าก็ผมไม่ได้ตกข่าวหรอก เพียงแค่อยากถามให้แน่ใจเท่านั้น ว่าแต่ไอติมนี่เท่าไหร่อ่ะป้า ผมขอ 3 อัน" เด็กหนุ่มยิ้มกวนๆให้

       "ดูๆยิ้มเข้า นี่ถ้าไม่ติดว่าเอ็งหน้าตาดี ข้าไม่ขายให้นะเนี่ย เอ้าอันละ1คราวน์ 3อันก็ 3 คราวน์" ป้าเจ้าของร้านยื่นไอติมให้เด็กหนุ่ม ก่อนที่เด็กหนุ่มจะยื่นไอติมนั้นให้เพื่อนอีก 2 คนที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง แล้วควักเงิน 3 คราวน์จ่ายไป

       "ขอบใจนะป้า ขอให้ขายดีๆล่ะป้า ไปล่ะ" เด็กหนุ่มโบกมือลา แล้ววิ่งไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนทั้ง 2 คนที่เดินนำหน้าไปก่อน

       "ให้ตายสิ พวกนายเนี่ย ไม่มีการรอกันเลยนะ" เด็กหนุ่มบ่นทันทีที่ตามเพื่อนทัน

       "ก็นายอยากชักช้าเองนี่ เฟริน" เด็กหนุ่มผมทองหันกลับมาพูด

       "แล้วนายเร็วนักไงล่ะริเอน เห็นปกติตามฉันไม่เคยทันสักที" เฟรินโต้กลับมือข้างที่ว่างอยู่ลูบรอยแผลเป็นที่ใต้ตาข้างซ้ายอย่างเคยชิน

       "นายเองก็ไม่เก่งเวทเหมือนกันน่ะแหละ คนเรามันก็ต้องมีเรื่องทีไม่ถนัดบ้างล่ะน่า" ริเอนพูด นัยน์ตาสีม่วงอเมทิตส์ฉายแววจริงจัง

       "อย่าได้เริ่มเถียงกันเลยนะครับทั้งสองคน ผมไม่อยากเป็นกรรมการห้ามทัพ" เด็กหนุ่มอีกคนที่เงียบมานานพูดขึ้นบ้าง ผมสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอปลิวไหวไปกับสายลม ใบหน้าที่คล้ายกับเด็กหนุ่มคนแรกแทบจะไม่ผิดเพี้ยน เพียงแค่ไม่มีรอยตำหนิใต้ตาข้างซ้ายและลักษณะท่าทางที่ดูเรียบร้อยมากกว่าเท่านั้น

       "ก็ได้ๆ งั้นพวกเรารีบไปสมัครเข้าเรียนกันเหอะ เดี๋ยวสายแล้วคนจะเยอะไปกว่านี้ ไปกันเฟริน เฟร" ริเอนเดินนำไปก่อนทันทีที่พูดจบ ให้สองฝาแฝดคนละสายเลือดเดินตามไปอีกที 

       แถวยาวเหยียดที่ถูกต่อด้วยบรรดาเด็กหนุ่มสาวที่หวังจะเข้ามาเรียนยังเอดินเบิร์กแห่งนี้ไม่ได้สั้นลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านล่วงเลยไป เด็กหนุ่มทั้งสามคนยืนต่อแถวมาได้สักพักใหญ่แล้ว และอกไม่นานก็จะถึงคิวของพวกเขาลงชื่อเข้าสมัครเรียน

       "ริเอนๆ แล้วเค้าจะคัดเลือกนักเรียนกันยังไงอ่ะ ฉันยังไม่รู้เลย" เฟรินหันมาถามเพื่อนเด็กหนุ่มที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านหลัง

       "นายเคยรู้อะไรบ้างมั้ยเนี่ย เฮ้อ~ คืออย่างนี้นะเอดินเบิร์กมีการคัดเลือกอยู่แค่ 2 ขั้นตอนเท่านั้น ขั้นตอนแรกนายก็แค่ไปนั่งอยู่หน้าของวิเศษทั้ง 4 ดาบแห่งกษัตริย์ มงกุฏแห่งใจ คฑาแห่งพลังแล้วก็แหวนแห่งปราชญ์ นายแค่เพ่งจิต ความสนใจน่ะไปที่ของอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ ที่ขั้นตอนก็สอบสัมภาษณ์ นายตอบไปตามที่คิดก็พอ แต่อย่าเล่นล่ะเดี๋ยวจะตกเอา" ริเอนอธิบายก่อนจะย้ำเจ้าคนขี้เล่นตรงหน้าไม่ให้ไปกวนเจ้าหน้าที่เข้าให้ 

       "ขอบใจเพื่อน" เฟรินส่งยิ้มกวนๆให้ทั้งสองคนแล้วหันกลับไปต่อแถวตามเดิม

       "คุณเฟรินนี่อารมณดีตลอดเวลาเลยนะครับ คุณริเอน" เฟรอาเดลพูดกับริเอนเมื่อเห็นว่าเฟรินหันไปแล้ว

       "ก็แค่ไอ้บ้าน่ะแหละ แต่นายเหอะเฟรเลิกเรียกคุณนำหน้าเหอะ ฟังแล้วแปลกๆ เพื่อนกันไม่ต้องสุภาพนักก็ได้" ริเอนบอก

       "ครับ คุณ เอ้อ ริเอน" เฟรอาเดลยิ้มแห้งๆให้ริเอน เด็กหนุ่มเกือบหลุดปากเรียกคุณไปซะแล้ว

       ผ่านไปอีกสักพักคิวแถวตรงหน้าก็สั้นลงจนเหลืออีกแค่ไม่กี่คนเท่านั้นก็จะถึงตาเฟรินแล้ว 

       "เซ็นชื่อตรงนี้แล้วเดินเข้าไปข้างในได้เลย" รุ่นพี่ผู้ชายที่นั่งเป็นเจ้าหน้าที่จนรากงอกกล่าวอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

       "ครับๆ" เฟรินตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักก่อนจะเซ็นชื่อลงสมุดเล่มนั้นไป

       เฟริน เดอเบอร์โรว เดอะ ทีฟ ออฟ บารามอส 

       "คนต่อไป" ถึงตาริเอนลงชื่อบ้าง เด็กหนุ่มผมทองเซ็นชื่อลงสมุดด้วยรายมือที่เรียบร้อยผิดกับรายมือไก่เขี่ยของเด็กหนุ่มก่อนหน้า ชื่อที่ทำให้รุ่นพี่เลิกคิ้วแปลกใจ

       ริเอน ดอร์น เดอะ พรีส ออฟ แอเรียส

       "คนต่อไป เซ็นชื่อแล้วเข้าไปข้างใน" ชายหนุ่มยังคงพูดแบบเดิมๆ เฟรอาเดลเดินมาเซ็นชื่ออย่างเรียบร้อยสมกับฉายาของตน

       เฟรอาเดล เซรมิส เดอะ พรีส ออฟ บารามอส

       เด็กหนุ่มคนหลังสุดเดินตามเพื่อนทั้งสองคนเข้าไป  เฟรินกับริเอน แต่พูดให้ถูกคือแค่เฟรินเท่านั้นที่โบกมือเรียกเฟรอย่างไม่สนสายตาของคนรอบข้าง 

       เมื่อแถวด้านนอกทั้งหมดลงชื่อและเข้ามานั่งเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเริ่มการทดสอบเข้าโรงเรียนเสียที รายชื่อแรกถูกเรียกออกไปแล้วตามด้วยรายชื่ออันดับต่อๆมา แต่ละคนใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไป

       "เฟริน เดอเบอร์โรว เดอะ ทีฟ ออฟ บารามอส" เสียงเรียกชื่อปลุกให้เด็กหนุ่มที่เกือบจะหลับอยู่แล้วให้สะดุ้งขึ้นมายืน

       "ตานายแล้วเฟริน ออกไปเร็ว" ริเอนกระซิบ

       เด็กหนุ่มเดินออกไปด้านหน้าอย่างเก้ๆกังๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆในห้องได้ประปลาย

       "ขโมยก็ย่อมเป็นขโมย ไม่สามารถเป็นพระราชาได้" เสียงจากบุรุษที่มาก่อนหน้า ผมสีเงินทอประกายกับนัยน์ตาสีฟ้าแลดูเย็นชา 

       คาโล วาเนบลี เดอะ ปริ๊นซ์ ออฟ คาโนวาล

       "โร เซวาเรส เดอะ แบ็กการ์ด ออฟ ทริสทอร์" เสียงเรียกขานบุคคลต่อไปดังขัดการสนทนาระหว่างเจ้าชายและหัวขโมย

       "ในเมื่อขอทานยังมาเรียนกับเจ้าชายได้ ใยหัวขโมยจะเป็นพระราชาไปไม่ได้" เฟรินยิ้มเยาะโต้กลับ ก่อนที่เจ้าชายหนุ่มจะสะบัดหน้าเดินจากไป 

       เฟรินนั่งลงตรงเก้าอี้ต่อหน้าของวิเศษทั้ง 4 เด็กหนุ่มลังเลเล็กน้อยก่อนจะเลือกเพ่งจิตไปยังดาบแห่งกษัตริย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ของวิเศษทั้ง 4 กับพร้อมใจกันเปล่งแสงแข่งกันอย่างไม่ยอมจะดับ ให้เฟรินเลิ่กลักอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

       "ใจเย็นๆเฟริน ลองเพ่งจิตอีกที แต่คราวนี้บังคับให้อยู่แค่จุดเดียวพอนะ" มหาปราชญ์เลโมธีพูดอย่างใจดีรอยยิ้มที่ส่งให้แฝงด้วยนัยบางอย่าง บรรดาอาจารย์ทั้งหลายที่นั่งอยู่ด้านหลังหันไปพูดกันด้วยความสงสัย

       "ครับ" เฟรินพยักหน้ารับคำแล้วลองทำใหม่อีกครั้ง ดาบแห่งกษัตริย์เป็นตัวเลือกเดิมที่เฟรินเลือก คราวนี้แสงจากของวิเศษทั้ง 3 ชิ้นที่เฟรินไม่ได้เลือกค่อยๆดับลงคงเหลือแต่แสงจากดาบแห่งกษัตริย์เท่านั้น

       "พอแล้วเฟริน เดินไปประตูด้านซ้ายนะ เธอเห็นใช่มั้ย นั่นแหละเดินเข้าไปเลย" มหาปราชญ์ชี้ทางให้แก่เด็กหนุ่ม

       ทันทีทีเฟรินลุกจากเก้าอี้รายชื่อต่อไปก็ถูกเรียก

       "ริเอน ดอร์น เดอะ พรีส ออฟ แอเรียส"

       ริเอนลุกเดินมาอย่างสง่างามราวกับเจ้าชาย ผมสีทองซอยสั้นส่องเป็นประกายล้อกับแสงแดดที่รอดผ่านหน้าต่างเข้ามาดูราวกับสวมมงกุฎอยู่ เด็กหนุ่มโค้งให้มหาปราชญ์เลโมธีเล็กน้อยแล้วนั่งลงต่อหน้าของวิเศษทั้ง 4 ชิ้น แหวนแห่งปราชญ์ส่องแสงออกมาเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นดาบแห่งกษัตริย์ที่ทอแสงจ้าอยู่ระยะหนึ่งแล้วค่อยๆดับลง

       "เข้าประตูทางด้านซ้ายใช่มั้ยครับ" ริเอนหันมาถามชายชราเพื่อความแน่ใจ

       "ใช่แล้วริเอน" มหาปราชญ์ตอบ รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้านั้นเหมือนกับรอยยิ้มที่ถูกส่งให้เฟริน

       เด็กหนุ่มโค้งตัวให้ชายชราอีกครั้งแล้วเดินเข้าประตูไป

       "เฟรอาเดล เซรมิส เดอะ พรีส ออฟ บารามอส" เสียงขานเรียกเด็กหนุ่มคนสุดท้ายของกลุ่มเพื่อนทั้งสามคน       

       นักบวชน้อยลุกเดินอย่างสำรวม เฉกเช่นที่ควรจะเป็น สายตาที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนกวาดมองไปรอบๆอย่างตื่นๆเล็กน้อย

       "เฟรอาเดลสินะ" มหาปราชญ์เลโมธีทักเด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึง

       "คะ...ครับ" เฟรอาเดลรับคำ

       "ทำใจให้สบายเถอะ เจ้ารู้วิธีแล้วนี่" ปราชญ์เลโมธีปลอบเด็กหนุ่ม

       "ครับ" เฟรอเดลรับคำอีกครั้งแล้วนั่งลงต่อหน้าของวิเศษทั้ง 4 แสงสีขาวสว่างขึ้นทันทีที่นั่งลง คล้ายกับตอนของเฟรินหากแต่แสงสว่างนี้ดูอบอุ่นกว่า เด็กหนุ่มนึกสงสัยในใจแต่ก็รวบรวมสมาธิไปยังของวิเศษสิ่งดียวกับที่เพื่อนทั้ง 2 ของตนทำให้สว่างได้นานที่สุด ดาบแห่งกษัตริย์ทอแสงจ้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะดับไปเพราะเจ้าตัวคนตั้งสมาธิได้ลืมตาขึ้น

      เฟรอาเดลลืมตาขึ้นมองรอบข้าง ก่อนจะเห็นมหาปราชญ์เลโมธียืนส่งยิ้มให้เฉกเช่นเดิม

                  ประตูทางซ้ายคือที่ๆเธอต้องไป ชายชราบอก

                 ครับ นักบวชน้อยจากบารามอสโค้งคำนับให้ชายชราแล้วเดินเข้าประตูทางซ้ายไป

       ยินดีต้อนรับสู่การสอบสัมภาษณ์จ้ะ เฟรอาเดล เซรมิสหญิงสาววัยกลางคนในห้องเอ่ยทักเด็กหนุ่มทันทีที่เดินเข้ามา

                 สวัสดีครับ เอ่อ อาจารย์.... 

                  มิสซิสแรมเซิลจ้ะ นั่งก่อนสิหนุ่มน้อย

edit @ 4 Apr 2008 00:22:32 by Mirena

2007/Aug/23

มาบอกข่าวกันเสียหน่อย เพราะคิดว่าเรื่องนี้คงทำให้เพื่อนๆบางคนที่ยังไม่รู้ช็อคได้ ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ก็แค่..........ทางนี้โดนโยนกลองให้เป็นเชียร์ลีดเดอร -*-

ครับ ก็แค่นั้นแหละ ซ้อมหนักมากมาย แทบไม่มีเวลาทำการบ้านเลยด้วยซ้ำ ยิ่งตั้งแต่เสาร์นี้เป็นต้นไปก็จะซ้อมยันเที่ยงคืนด้วยสิ คงไม่มีแรงทำอะไรแล้วมั้งหลังซ้อมน่ะ เพราะแค่ตอนนี้ถึงบ้านก็แทบจะหลับเป็นตายอยู่แล้ว -3-

แต่ก็นะ หน้าที่ที่รับมาแล้วถึงจะไม่เต็มใจมันก็ต้องทำให้ดีที่สุดล่ะนะ แล้วถ้าใครเกิดอยากเห็นของแปลกก็มาดูได้นะฮะ วันที่31 สค. นี้แหละฮะ ม.เทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข จักรวรรดิ(หลังศาลรัฐธรรมนูญ)(ยาว -*- )

ปล. ศุกร์นี้(พรุ่งนี้)ที่ม.ผมมีประกวดคอสเพลย์ ใครจะมาก็มานะฮะ - -+

ปปล. ใครที่อยากจะมาก็โผล่มาแต่เช้าล่ะฮะ มาแล้วก็เดินเข้ามาตรงๆไม่ต้องไปสนใจยาม แล้วนั่งอยู่กะฝั่งสีชมพูซะ เดี๋ยวก็เจอผมเอง(ถ้าจำผมได้นะ - -+ )


edit @ 2007/08/24 22:42:06

2006/Sep/20

บทที่1 พบเจอ....นายน้อย

"พี่ยูเรน เร็วๆสิค่ะ เดี๋ยวสายแล้วคนจะแน่นนะค่ะ" เสียงใสจากเด็กสาวผมสีดำยาวประบ่าถูกรวบเก็บไว้ที่ข้างขวา ยูคิเมะกำลังตะโกนเรียกคนที่เดินตามอยู่ข้างหลัง ในตลาดใหญ่กลางเมืองหลวง ด้วยสารที่ส่งมาถึงบาทหลวงหนุ่มอากิระ เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน และนั่นแหละคือสาเหตุให้ทุกคนเดินทางมายังที่แห่งนี้

"ไม่ต้องรีบนักน่ายูจัง ยังไงตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่ช้าๆลงหน่อยก็ได้น่า ร้านค้าไม่หนีไปไหนหรอก" เด็กหนุ่มผมสีเงินอมม่วงยาวสยายพูดด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้ม

"โธ่...พี่ยูเรนค่ะ นี่มันเช้าก็จริงคะ แต่พอไปถึงที่อ่ะ มันก็สายแล้วนะค่ะ ถ้าไม่รีบของที่เราต้องการก็จะหมด ต้องมาซื้อวันอื่นอีกนะคะ" เสียงเดิมแต่แหลมขึ้นจากข้างตัว ซากุระกำลังบ่นให้ฟัง

"น่าๆ บ่นกันอยู่ได้เดี๋ยวก็มีตีนกาขึ้นหรอก เอาเป็นว่าพวกเรารีบเดินกันก็แล้วกันนะ" ยูเรนพูดตัดบท ให้สองสาวน้อยได้ลากตัวเองไปยังที่ที่ทั้งสองคนต้องการจะพาไปเสียที

ทั้งสามคนเดินไปยังทางที่จะพาไปสู่จุดหมาย แต่มันก็เป็นไปได้ยากนัก เพราะจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น และด้วยบรรดาหญิงสาวทั้งหลายที่พากันเข้ามารายล้อมยูเรนเอาไว้ เหตุเด็กหนุ่มนั้นมีหน้าตาที่ดูดี ซึ่งถ้าให้มองหาจากแถวนี้นั้นชาติหน้าก็อย่าหวังจะได้เจอเลย มีแต่พวกหน้าตาเห่ยๆเท่านั้น แม้จะลำบากไปเสียหน่อยแต่ทั้งหมดก็สามารถไปถึงจุดหมายได้ในเวลาไม่นานนัก

"ถึงแล้ว~ "ซากุระพูดอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่เมื่อกี้ยังหน้าบึ้งอยู่เลย

"ที่นี่เหรอ ยูจัง ซาจัง" ยูเรนหันมาถามทั้งสองคน เบื้องหน้าเป็นร้านขายอาวุธขนาดใหญที่มีดาบ โล่ เสื้อเกราะ และอาวุธชนิดต่างๆวางเรียงรายอยู่ภายในไห้เลือกมากมาย

"ที่นี่น่ะ ถือเป็นร้านอาวุธอันดับหนึ่งของเมืองเลยนะ อาวุธแต่ละอย่างในร้านล้วนแล้วแต่มีชีวิตจิตใจ และบางทีถ้าตาถึงละก็อาจได้อาวุธในตำนานกลับไปก็ได้" ซากุระบรรยายความพิเศษของร้านนี้ให้ยูเรนฟัง

"ใช่ๆ มีข่าวมาว่าในร้านนี้น่ะมีดาบในตำนานที่ใช้ปราบจ้าวแห่งอสูรในอดีตอยู่ เคยมีคนได้สัมผัสหากแต่ไม่ได้รับการยอมรับจากตัวดาบเลยไม่สามารถซื้อไปได้ แม้จะเสนอราคาสูงเพียงไหนก็ตาม" ยูคิเมะเสริม "เพราะงั้นเราเข้าไปกันได้แล้ว เดี๋ยวคนมากันเยอะจะเลือกไม่ถนัด"

ยูเรนเดินเข้าร้านไปเป็นคนแรก ภายในร้านนั้นดูกว้างกว่าที่เห็นจากภายนอกนัก อาวุธก็ถูกจัดเป็นหมวดหมู่ ถึงกระนั้นก็ยังทำให้เด็กหนุ่มตาลายในจำนวนที่มากนัก แถมแต่ละชิ้นก็ใช่ว่าราคาจะถูกนัก จนเจ้าตัวนึกสงสัยว่าเงินที่เอามานั้นจะพอจ่ายรึเปล่า แต่ยูคิเมะกับซากุระก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะลำบากใจในราคาที่สูงลิ่วนี้เลย

"ต้องการสิ่งใดรึ เด็กน้อย" ชายชราเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าพวกยูเรน

"เราต้องการอาวุธน่ะค่ะ ท่านลุง ท่านพอจะแนะนำอาวุธดีๆที่เหมาะกับพี่ชายของข้าได้รึเปล่าค่ะ" ยูคิเมะพูดกับชายชราเจ้าของร้าน

ชายแก่นั้นมองดูยูเรนอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาที่มองราวกับเหยี่ยวจ้องจะตะครุบเหยื่อ แต่สักพักรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า

"ท่าทางเจ้าจะเคยได้ฝึกดาบมาบ้างแล้วสินะแต่ก็แค่เล็กน้อย แล้วก็จะเข้าโรงเรียนปีนี้ล่ะสิถึงได้มาซื้ออาวุธเอาตอนนี้น่ะ มาสิ ตามข้ามา ข้าจะพาไปเลือกอาวุธที่เหมาะกับเจ้าให้" ชายชราเดินนำทั้งสามคนไปมุมซ้ายของร้าน ซึ่งเป็นมุมที่มีอาวุธจำพวกต่างๆวางเรียงรายอยู่มากที่สุด

"แล้วจะให้เลือกยังไงละฮะ เยอะขนาดนี้ตาผมลายหมดแล้ว" ยูเรนยิ้มแหยให้เจ้าของร้าน ก็มันเยอะมากๆเลยนี่นา ไม่เคยเลือกมาก่อนด้วย จะรู้ได้ไงล่ะว่าอันไหนดีไดี

"ไม่เคยต้องเลือกเองล่ะสิ งั้นเจ้าลองหลับตาแล้วใช้จิตเพ่งดูสิ ว่าอาวุธชิ้นไหนตอบรับกับพลังของเจ้าบ้าง" ชายชราแนะนำ

ยูเรนทำตามอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มหลับตาทำสมาธิรวบรวมจิตไว้เป็นจุดเดียว ในตอนแรกที่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจะมีก็แต่ความมืดเท่านั้น แล้วจึงค่อยๆได้ยินเสียงเรียกและแสงสีขาวนวลสองแห่งเคียงข้างกัน เสียงนั้นเรียกให้ยูเรนเดินเข้าไปหาอยู่ตลอด จนเด็กหนุ่มแน่ใจว่าใช่แน่ๆจึงเดินไปทางแสงทันที

"เจอแล้วยังงั้นรึเจ้าหนู" ชายชราพูดทักยูเรน

"ฮะ ผมได้ยินเสียงเรียกจากเจ้าพวกนี้กับแสงอีกสองจุดน่ะฮะ" ยูเรนหันมาพูดกับชายชรา ตอนนี้ต่อหน้าเด็กหนุ่มมีทวนขนาดใหญ่สีดำสนิทอยู่เคียงข้างกับไม้เท้าสีขาวที่มีลูกแก้วสีเงินประดับอยู่ส่วนยอดสุด

"เจ้าสองตัวนั่นเรียกเจ้ารึ" ชายชราพูดอย่างทึ่งๆ

"ฮะ สองอันนี้ไม่ผิดแน่ฮะ เพราะที่ผมเห็นแสงนั่นก็อยู่คู่กัน ไม่ผิดแน่ๆฮะ" ยูเรนยืนยัน เพราะจากอาวุธอยู่ต่หน้ายูเรนนั้น อาวุธสองชนิดนี้วางอยู่ชิดกันที่สุดแล้ว อีกทั้งยังมีความรู้สึกประหลาดในตัวของเขาเองที่เรียกร้องให้หยิบขึ้นมาลองใช้ฟาดฟันเสียให้ได้

"งั้นเจ้าลองหยิบทวนมาลองดูสิว่าถนัดรึเปล่า" ชายชราสั่ง

ยูเรนหยิบทวนสีดำสนิทขึ้นมา ตัวทวนทำมาจากเหล็กเนื้อดีที่ความเบาแต่แข็งแรงทนทาน ตรงปลายทั้งสองข้างติดด้วยเนื่อเหล็กอีกชนิดโอบรอบผลึกแก้วใส และอักขระมนตรานั้นถูกสลักไว้ทั้งสองด้านด้วยอักษรสีดำที่หากไม่สังเกตุก็จะไม่เห็นเลย เด็กหนุ่มเริ่มควงทวนด้วยลีลาที่คล่องแคล่วว่องไว ฟาดซ้ายขาวผ่านหน้าหลังอย่างรวดเร็วและไม่สะดุดเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ายูเรนเคยใช้ทวนนี้มานานแสนนานแล้ว

"พอแล้วเจ้าหนุ่ม ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าอีโวเลนส์ยอมรับในตัวเจ้า" ชายชราพูดให้ยูเรนหยุด

"เอ๋ อีโวเลนส์?" ยูเรนทำหน้าสงสัย

"ใช่ชื่อของเจ้านั่นน่ะ แต่เรียกให้ถูกคือ Evolenes Of Dark ที่แปลว่าก่อเกิดแห่งความมืดน่ะ" เจ้าของร้านอธิบาย

"ชื่อน่ากลัวจังนะฮะ แล้วไม้เท้านั่นล่ะฮะ" ยูเรนถามต่อ พลางลูบทวนในมืออย่างแผ่วเบา

"Origin Of Radius กำเนิดแห่งแสง น่าแปลกนะ ในบรรดาอาวุธคู่ทั้งหมดที่ข้ามี เจ้าสองอันนี้นั้นไม่ถูกกันที่สุด จนข้าต้องเอาไปวางห่างๆ มีวันนี้แหละที่อยู่ใกล้กันแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น" ชายชราพูดแกมบ่น

"อย่างงั้นหรือฮะ" ยูเรนวางทวนกลับเข้าที่เดิมแล้วลองหยิบไม้เท้าขึ้นมาบ้าง ตัวไม้เท้าเป็นไม้ที่หาได้จากเมืองเอลฟ์เท่านั้นซ้ำยังเป็นของหายากเพราะเป็นไม้จากต้นไม้พันปีลงอาคมภายใต้แสงจันทร์อีกกว่าพันราตรี ลูกแก้วที่อยู่บนยอดนั้นก็เกิดจากน้ำค้างหิมะในดินแดนต้องห้ามที่น้อยคนนักจะรอดออกมาได้ ลูกแก้วนี้ได้รับการถ่ายพลังแห่งแสงจากเทพชั้นสูงที่ถูกเรียกลงมา(และแน่นอนว่าสรรพคุณนี้เจ้าของร้านไม่คิดจะบอกยูเรน ก็ในเมื่อไม้เท้าได้เลือกแล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องสาธยายอะไรหรอก) เด็กหนุ่มรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ภายในไม้เท้าอันนี้ส่งผ่านมายังตัวของเขา กระแสพลังนั้นให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยและอบอุ่นยิ่งนัก

"รู้สึกเป็นไงมั่งล่ะ" ชายชราถามเมื่อเห็นยูเรนนิ่งไป

"เหมือนกับว่าพลังที่อัดแน่นอยู่ในไม้เท้านี้ส่งผ่านมายังตัวผมน่ะครับ แล้วยังรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกอีกด้วยน่ะครับ" ยูเรนตอบไปตามตรง

"เข้าใจล่ะ รู้มั้ย ตั้งแต่ที่ข้าได้ทั้งสองอันนี้มานั้น ยังไม่เคยมีใครมีควบคุมและรู้สึกถึงพลังภายในได้ ข้าว่าเจ้าสมควรที่จะเป็นเจ้าของแล้วล่ะ ตกลงชอบใจกับอาวุธที่เลือกได้มั้ยล่ะ" ชายเจ้าของร้านถามยูเรนด้วยสีหน้าที่จริงจัง

"เอ่อ... ก็ชอบนะฮะ แต่เรื่องราคาน่ะฮะ ผมเตรียมมาแค่สำหรับอาวุธเพียงชิ้นเดียว" ยูเรนทำสีหน้าลำบาก แต่หากเด็กหนุ่มคิดจะหันมามองแฝดทั้งสองคนที่ไม่มีท่าทีทุกร้อนเรื่องราคาบ้างก็คงจะดีขึ้น

"งั้นรึ เจ้าสองตัวนี้น่ะยอมรับให้เจ้าเป็นเจ้าของแล้ว เรื่องราคาข้าคิดแค่ 20,000 โซลละกัน ไม่แพงเลยนะเมื่อเทียบกับความสามารถน่ะ" ชายชรายิ้มแย้ม แต่ยูเรนเกือบเป็นลม

"ซาจัง ยูจัง ว่าไงล่ะ เรื่องนี้พี่ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ช่วยหน่อยสิ" ยูเรนหันมาขอคำปรึกษาจากเด็กสาวทั้งสองคน แต่อาจจะหันตัวแรงไป จึงทำให้ล็อกเก็ตนั้นโผล่ออกมานอกคอเสื้อทั้งที่ตอนควงทวนเมื่อตะกี้ยังไม่หลุดออกมาซะที(ทำท่าจะหลุดมาสักพักแล้วล่ะนะ ^^')

"มันก็แพงไปหน่อยอ่ะนะ คุณลุงคะ ช่วยลดราคาลงอีกหน่อยได้มั้ยค่ะ" ซากุระผู้หน้าเลือดลองต่อราคาดู คอยดูนะถ้าไม่ลดไม่ยอมแน่ๆ หึหึ

"เจ้าหนุ่มข้าขอดูล็อกเก็ตของเจ้าหน่อย ได้มั้ย" ชายชราไม่ได้สนใจซากุระ หากแต่สนใจล็อกเก็ตของยูเรน

ยูเรนทำสีหน้าลำบากใจแต่ก็ถอดล็อกเก็ตส่งให้ชายเจ้าของร้านดู ชายชราพอจะรู้ถึงความลำบากใจของเด็กหนุ่มจึงแค่พลิกดูล็อกเก็ตอย่างพิจารณนาเท่านั้นไม่ได้เปิดดูข้างใน

"อืม...10,000โซลละกัน ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวลุงไม่มีปัญญาไปหาซื้อพวกอาวุธดีๆเข้าร้านพอดี" ชายชราเจ้าของร้านพูดหลังจากที่คือล็อคเก็ตให้ยูเรน

"โธ่...ลดให้อีกหน่อยก็ไม่ได้ อ่ะนี่ลุง เงินค่าทวนกับไม้เท้า" ซากุระจ่ายเงินให้เจ้าของร้าน

"ขอบใจนะยัยหนู แล้ววันหลังมาอย่าลืมอุดหนุนร้านนี้อีกล่ะ" ชายชรารับเงินแล้วเดินกลับไปหลังร้านเพื่อห่อทวนและไม้เท้าที่ยูเรนซื้อ

"เอ้า เจ้าหนุ่ม แล้วใช้ดีๆล่ะ อย่าให้เสียทีที่อีโวเลนส์กับเรดิอุสนั้นเลือกให้เจ้าเป็นเจ้าของล่ะ" ชายชราเน้นย้ำเป็นครั้งสุดท้าย

"เหอๆ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ไปนะครับลุง" ยูเรนเอ่ยลาเจ้าของร้าน

ทันทีที่ทั้งสามออกจากร้านไปชายชราก็รีบปิดร้านแล้วหายเข้าไปด้านหลังลงไปยังห้องลับที่อยู่ใต้ดินทันที ภายในห้องนั้นมืดสนิท ไม่มีสิ่งใดถูกวางอยู่ในห้องนี้เลย จะมีก็แต่กระจกบานใหญ่เท่าตัวคนที่วางอยู่ริมห้องเท่านั้น ชายชราเดินไปหน้ากระจกนั้นทั้งที่ยังไม่ได้เปิดไฟ

"ในนามของผู้กำความลับ ข้าขอติดต่อเจ้า ผู้เฝ้ากระจกเอ๋ย" ชายชราท่อง ไม่นานก็ปรากฎร่างภายใต้ผ้าคลุมที่หน้ากระจก

"มีธุระอันใด ถึงได้เรียกข้าทั้งที่เจ้าก็รู้ถึงข้อห้ามดีอยู่แล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยออกจะหงุดหงิดเล็กน้อย

"มีสิ ไม่งั้นข้าจะเสี่ยงเช่นนี้ทำไม" ชายชราแย้ง

"งั้นเจ้าก็รีบบอกธุระของเข้ามา อย่าได้ชักช้า" คนในผ้าคลุมเร่ง

"ข้า...พบผู้ที่อาจจะเป็นนายน้อยแล้ว" ชายชราเอ่ยช้าๆแต่หนักแน่น

"จริง!!! แล้วพบที่ไหน!" เน้นย้ำอย่างต้องการความแน่นอน

"ที่ร้านของข้าเอง มีล็อคเก็ตของนายน้อยด้วย ซ้ำยังสามารถควบคุมสองอาวุธธาตุแสงมืดได้อีก ทั้งที่การจะควบคุมอาวุธทั้งสอง..." ชายชราต้องหยุดพูดเพราะถูกขัดจังหวะ

"พอๆๆ ข้ารู้ว่าเจ้าดีใจ แต่ว่าเราไม่มีเวลามากพอที่จะฟังเจ้าพล่ามได้ เรื่องที่เจ้าบอกมานั้นน่าสนใจ แล้วข้าจะส่งคนไปหาเจ้า ตอนนี้ขอให้เจ้ากลับไปทำหน้าที่ของเจ้าต่อได้แล้ว" สั่งเรียบร้อยก็หายไปไม่รอคำตอบจากชายชราเลย

"เฮ้อ~ ยังคงใจร้อนไม่มีเปลี่ยนเลยน้า" บ่นเสร็จก็กลับขึ้นไปบนร้านเพื่อเปิดร้านต่อเหมือนเช่นปกติทุกวัน หากแต่ระหว่างทางยังอดที่จะบ่นต่อเสียไม่ได้

"เจ้านั่นไม่น่ารีบร้อนจนไม่ฟังที่ข้าจะพูดต่อเลยนะ ข้าอุตส่าห์จะบอกแล้วเชียวว่าไม้เท้าของนายหญิงสุดที่รักนั้นน่ะ คือไม้เท้าที่เด็กหนุ่มนั้นได้ไป หึหึ หากมารู้เอาตอนหลังคงมีการโวยวายล่ะนะ แต่ยังไงก็เหอะ ในเมื่อพวกนั้นได้เลือกเจ้านายใหม่แล้ว ข้าจะไปห้ามได้อย่างไรล่ะ จริงมั้ยขอรับนายหญิง..."

...สรุปว่าอาวุธทั้งสองชิ้นนั้นชายชราไม่ได้เสียเงินซื้อมา แต่เป็นการรับฝากเอาไว้เพื่อสักวันจะได้ตกไปสู่มือของผู้ที่ถูกเลือก เพราะงั้นราคาที่ลดไปจนดูเหมือนซื้อดาบอย่างดีที่กษัตริย์ใช้กันเล่มเดียวนั้น ก็คุ้มค่าเกินพอแล้วล่ะนะ หึหึ...

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

โย่ว์ ดีคร้าบทุกๆท่าน

เป็นยังไงกันมั่งครับ ไม่ได้เจอกันเสียนาน ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ไม่มีเวลาเท่านั้น(แต่มีเวลาสุปฟิค -*- ) วันนี้ได้หยุดกันถ้วนหน้าสินะฮะ ผมเองก็ได้หยุด ทั้งๆที่นั่งปั่นงานเพื่อส่งให้ทันเช้าวันนี้แทบตาย เกือบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ

แล้วก็กลายเป็นว่าไม่มีเรียนซะงั้นแล้วให้ผมรีบปั่นไปทำหยังฟร่ะเนี่ย T^T ช่างเถอะ แต่อีก 2 วันที่เหลือของสัปดาห์ก็ช่วยอย่าหยุดล่ะ จะเอาการบ้านไปส่งให้ครบ เดี๋ยวคะนนเก็บไม่ครบ เกรดจะตกเอา -*-

ปล่อยเรื่องส่วนตัวแล้วมาเข้าเรื่องฟิคกันดีกว่า ตอนนี้ความจริงยาวกว่านี้ แต่ผมตัดไปไว้อีกตอนเพราะนั่งจิ้มแล้วมันยาวโคตร(ถ้าลงหนังสือค่อยจับรวม แล้วจะได้ลงเรอะ -*- ) เรื่องการบรรยายอาวุธคงมีการผิดพลาดบ้าง ตามแบบฉบับของผู้ที่ไม่เคย แล้วก้ตรงไหนที่มันติดขัด อ่านแล้วไม่น่าจะใช่ก็บอกกันนะฮะ ผมจะได้เอาไปแก้

ส่วนตอนต่อไปก็คงอกสักพักเช่นกัน เพราะตอนนี้ไม่ได้จิ้มฟิคนี้เลย กำลังเค้นสมองกับอีกเรื่องอยู่ อันนั้นต้องรีบ เด๋วจะโดนฆ่าข้อหาส่งงานเลทอย่างสุดยอดเกิน

ไปล่ะฮะ บายคร้าบ~~~